กางตำราเซียน สอนดูราคาบอล รู้ไว้ให้ลุ้นมันส์กว่าเดิม

สำหรับเพื่อน ๆ ที่เพิ่งเริ่มหันมาเอาดีทางด้านการเล่นพนันบอล น่าจะเจอปัญหาเรื่องการ อ่านราคาบอล ที่ปรากฏอยู่บนตารางราคาของเว็บพนันบอลแต่ละที่ ซึ่งตัวเลขสำคัญที่มีส่วนกับการเลือกเล่นพนันบอลออนไลน์ จะมีอยู่ด้วยกันหลัก ๆ 2 อย่าง คือ แฮนดิแคป และ เรทค่าน้ำ ถ้าเพื่อน ๆ รู้ถึงความแตกต่างว่าตัวเลขแต่ละตัวนั้นมีความหมายอย่างไร การเลือกวางเดิมพันให้ชนะนั้นก็จะไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป และ ถือเป็นการเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้เราได้อีกด้วย แต่สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังไม่ค่อยเคลียร์ วันนี้เราจะมาทำความกระจ่างว่า แฮนดิแคป และเรทค่าน้ำ ต้องดูอย่างไง รวมทั้งจะมา สอนดูราคาบอล ว่าเรทราคาที่น่าเล่นสังเกตได้จากตรงไหน 

เมื่อเพื่อน ๆ อ่านราคาบอล รูปแบบต่าง ๆ เป็นแล้ว จะช่วยให้ สามารถเปรียบเทียบได้ว่าคู่ไหนน่าเล่น คู่ไหนความเสี่ยงสูง คู่ไหนราคาไม่สมเหตุสมผล ซึ่งจะช่วยลดอัตราการแทงพลาดได้อย่างงแน่นอน

 

ราคาบอลเปิดและราคาบอลระหว่างเกม ทำไมถึงต่างกัน สอนดูราคาบอล

ราคาบอลตอนเปิด คือ ราคาที่ทางเจ้ามือกำหนดมาก่อนเกมการแข่งขันจะเริ่ม ถ้าหากเราพอใจกับเรทราคาเปิดแล้ว เราก็สามารถวางเดิมพันได้ตั้งแต่ก่อนเกมจะเริ่ม โดยการเลือกแทงทีมที่เราคิดว่าจะทำเงินให้เรา ซึ่งขึ้นอยู่กับอัตราราคาต่อรอง หรือ แฮนดิแคป ที่วางเอาไว้ เช่น ถ้าให้แต้มต่อทีมเจ้าบ้านมากเกินไป แล้วเรามองว่ามีความเสี่ยงสูง เราจะเลือกเล่นทีมรองก็ได้ ไม่ถือว่าผิดปกติอะไร สำหรับนักพนันทั่วไป ในช่วงเริ่มเล่น มักจะเล่นแบบนี้กันทั้งนั้น เนื่องจากไม่เคยมีใคร สอนดูราคาบอล ว่าราคาบอลแต่ละช่วงที่แตกต่างกันนั้น จะส่งผลยังไงบ้าง ควรเล่นที่ราคาไหนจึงจะได้เปรียบกว่ากัน

สำหรับราคาบอลระหว่างเกม ซึ่งก็คือราคาเมื่อเกมเริ่มมีการแข่งขันไปแล้ว อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นหรือลงก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเจ้ามือมองว่าทีมไหนมีสิทธิ์ที่จะชนะ ซึ่งการ อ่านราคาบอล ของคู่ที่เราต้องการเล่น ตั้งแต่ก่อนเริ่มแข่งจนถึงช่วงที่เกมเริ่มไปแล้ว เพื่อวิเคราะห์ว่าราคามีทิศทางหรือแนวโน้มไปทางเจ้าบ้านหรือทีมรองมากกว่ากัน ซึ่งราคาที่เปลี่ยนแปลงนี้ ภาษานักพนันบบอลเรียกว่า ราคาไหล ยกตัวอย่างเช่น ทีมเจ้าบ้านจากต่อหนึ่งลูกไปเป็นลูกครึ่ง หมายความว่า ทีมเจ้าบ้านจะต้องยิงประตูมากกว่า 2 ลูก เราถึงจะได้เงินเต็ม ซึ่งเราอาจจะรู้สึกว่ามีโอกาสเป็นไปได้ยากขึ้น เพราะต้องยิงประตูเพิ่มขึ้น แต่เนื่องจากราคาเปลี่ยนมาเป็นเรทนี้หลังจากที่เริ่มเกมมาแล้ว และเจ้าบ้านมีฟอร์มการเล่นเป็นที่น่าพอใจ เราก็จะรู้สึกมั่นใจว่าสามารถทำประตูเพิ่มขึ้นได้ไม่ยากอะไร

สาเหตุที่ราคาก่อนเริ่มเกมและราคาระหว่างเกม แตกต่างกันนั้น เนื่องจากว่า ก่อนการแข่งขันจริงประมาณ 15 นาที ข้อมูลนักเตะตัวจริง และ แผนการเล่นของทีมจะถูกเปิดเผยออกมา ซึ่งก่อนหน้านั้นเป็นเพียงการคาดการณ์เฉย ๆ รวมทั้งเราจะเห็นฟอร์มการเล่นของทั้ง 2 ฝ่ายจากการถ่ายทอดสดจริง ๆ เจ้ามือจึงปรับราคาบอลให้มีความสอดคล้องนั่นเอง

รวมถึงการเลือกเล่นแบบดูราคาบอลสด ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เราแทงถูกได้ เนื่องจากเป็นการเลือกทีมที่ต้องการจะแทงหลังจากที่การแข่งขันเริ่มไปแล้ว หรือ เลือกแทงกลางเกมนั่นเอง เพราะทำให้เราตัดสินใจเลือกข้างได้ดีขึ้น สรุปใจความก็คือ ราคาบอลสด คือ ราคาที่เจ้ามือจะจ่ายจริงให้กับเราในขณะที่เราเลือกวางเดิมพัน ณ ตอนนั้น

จากที่อธิบายมาเบื้องต้น จะเห็นได้ว่า การดูราคาบอลให้ออกนั้น มีส่วนช่วยให้เราเลือกทีมที่จะแทงได้ง่ายขึ้น ช่วยให้เราวิเคราะห์ผลบอลได้แม่นขึ้น ซึ่งการ สอนดูราคาบอล ที่เราจะเอามาแบ่งปันวันนี้ เป็นเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยทำเงินให้เพื่อน ๆ ได้อย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว ต่อไปเรามาเจาะลึกการ สอนดูราคาบอล เพื่ออธิบายตัวเลือกในการเล่นว่ารูปแบบการวางเดิมพันแต่ละแบบ จะทำให้เราได้ หรือ เสียเป็นเงินเท่าไหร่ โดยยกตัวอย่าง การ อ่านราคาบอล สูง / ต่ำ

 

สอนดูราคาบอล อธิบายแฮนดิแคปกับค่าน้ำจิ้ม สั้น ๆ ง่ายๆ ได้ใจความ

ในตารางราคาบอลที่ปรากฏอยู่บนเว็บพนันบอลแต่ละแห่งนั้น มีตัวเลขที่สำคัญที่ต้องทำความเข้าใจอยู่ 2 ส่วน คือ อัตราต่อรอง หรือที่เรียกว่า แฮนดิแคป (HDP) และ ราคาออดซ์ หรือที่เรียกว่า ค่าน้ำจิ้ม โดยวันนี้เราจะมา สอนดูราคาบอล ด้วยคำอธิบายที่แสนจะเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนสับสนสำหรับมือใหม่แน่นอน เมื่อเข้าใจความหมายของอัตราต่อรอง (แฮนดิแคป) และ ราคาออดซ์ (ค่าน้ำจิ้ม) เรียบร้อยแล้ว 

 

ทำความรู้จัก อัตราต่อรอง หรือ แฮนดิแคป

จะเป็นตัวเลขจำนวนประตูที่ทีมต่อ ต่อให้กับทีมรอง มีรูปแบบการเขียน 2 แบบ ดังนี้

  1. ต่อเสมอ ในตารางจะเขียน 0.0 หรือ 0.00 
  2. ต่อเสมอควบครึ่ง ในตารางจะเขียน 0-0.5 หรือ 0.25 
  3. ต่อครึ่งลูก ในตารางจะเขียน 0.5 หรือ 0.50 
  4. ต่อครึ่งควบลูก ในตารางจะเขียน 0.5-1 หรือ 0.75
  5. ต่อหนึ่งลูก ในตารางจะเขียน 1 หรือ 1.0 
  6. ต่อลูกควบลูกครึ่ง ในตารางจะเขียน 1-1.5 หรือ 1.25
  7. ต่อลูกครึ่ง ในตารางจะเขียน 1.5 หรือ 1.50 
  8. ต่อลูกครึ่งควบสอง ในตารางจะเขียน 1.5-2 หรือ 1.75 

อ่านบทความ ทำความรู้จัก บอลสเต็ป เล่นบอลออนไลน์ค่าตอบแทนสูง ได้ที่นี่

 

ราคาออดซ์ หรือ ค่าน้ำจิ้ม มีผลอะไรกับการวางเดิมพัน

ค่าน้ำจิ้ม หรือที่บางแห่งเรียกสั้นๆว่า ค่าน้ำ เป็นตัวเลขที่ทางเว็บพนันกำหนดเอาไว้ คือ ตัวกำหนดเรทกำไรที่เราจะได้รับกลับมาหากเราชนะเดิมพัน และ รวมไปถึงบอกว่าเราจะต้องเสียเงินเท่าไรถ้าหากเราเป็นเดิมพันแพ้ ซึ่งรูปแบบของราคาออดซ์ที่นิยมใช้ในไทยจะมีทั้งสิ้น 3 แบบ คือ มาเลย์ (MY), ฮ่องกง (HK) และ ยูโร (EU) สำหรับบทความนี้ เราขอยกตัวอย่างโดยการใช้ราคาออดซ์แบบมาเลย์ ซึ่งเป็นแบบที่นิยมใช้ที่สุดสำหรับนักพนันชาวไทย จะสังเกตง่าย ๆ จากในตารางราคาบอลว่าเป็นตัวเลขสีดำและสีแดง

 

สอนดูราคาบอล แบบละเอียด ตัวอย่างการ อ่านราคาบอล สูง / ต่ำ

การเล่นบอลสูง / ต่ำ คือ การทายผลประตูรวมของเกมนั้นว่ามีสกอร์ทั้งหมดเป็นเท่าไหร่ โดยการเลือกแทงว่าสูงหรือต่ำนั้น ก็จะเป็นไปตามแฮนดิแคปที่เจ้ามือระบุไว้ สามารถเลือกเล่นได้ทั้งแบบเต็มเวลา หรือ แบบครึ่งเวลาแรก โดยเรทราคาออดซ์จะสามารถไหลขึ้นหรือลงได้ ราคาออดซ์ที่นิยมใช้ในตารางบอลเป็นราคาออดซ์มาเลย์ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า ราคาน้ำดำ – น้ำแดง ซึ่งราคาน้ำดำจะเป็นตัวเลขไม่ติดลบ ส่วนราคาน้ำแดงจะมีเครื่องหมายลบกับอยู่ทุกครั้ง มีหลักการง่าย ๆ คือ เดิมพันเท่าไหร่จะได้เต็ม แต่ถ้าหากเสียจะเสียไม่เต็ม ซึ่งและค่าออดซ์ที่ปรากฏอยู่บนตารางราคาบอลสูง /ต่ำนั้น ตัวเลขด้านบนจะเป็นออดซ์ของการแทงสูง ส่วนด้านล่างคือออซ์ของการแทงต่ำเสมอ สมมติเรทราคาออดซ์และแฮนดิแคป เป็นดังนี้ คู่ทีม  A และ ทีม B แฮนดิแคป 2 – 2.5 ราคาออดซ์ แทงสูง 0.80 ราคาออดซ์แทงต่ำ -0.92 อ่านเรื่อง เทคนิคการดู ราคาไหล ที่เซียนบอลไม่ควรพลาด ได้ที่นี่

1 ถ้าเราเลือกแทงสูง

ที่เรทราคาน้ำดำ 0.80 หน้าจอที่รับแทงจะขึ้นว่า 2 – 2.5 @ 0.80 สมมุติเราแทงสูง 100 บาท หมายความว่า

  • ถ้าผลสกอร์รวมคือ 1 ลูก เราเสียเงินเต็ม เสีย 100 บาท
  • ถ้าผลสกอร์รวมคือ 2 ลูก เราเสียเงินเดิมพันครึ่งนึง คือเสีย 50 บาท
  • ถ้าผลสกอร์รวมคือ 3 ลูก เราได้เงินเดิมพัน 0.80 x 100 = 80 บาท

2 ถ้าเราเลือกแทงต่ำ

ที่เรทราคาน้ำแดง -0.92 หน้าจอที่รับแทงจะขึ้นว่า 2 – 2.5 @ -0.92 คือ ถ้าชนะเดิมพันจะได้เงิน 100 บาท แต่ถ้าเสียจะเสียเพียง 0.92 เท่าของเงินเดิมพัน สมมุติเราแทงต่ำ 100 บาท หมายความว่า

  • ถ้าผลสกอร์รวมคือ 1 ลูก เราได้เงินเต็ม 100 บาท
  • ถ้าผลสกอร์รวมคือ 2 ลูก เราได้เงินเดิมพันครึ่งนึง คือ ได้ 50 บาท
  • ถ้าผลสกอร์รวมคือ 3 ลูก เราเสียเงินเต็ม ในอัตรา 0.92 x 100 = 92 บาท

จากตัวอย่างด้านบนจะเห็นได้ว่าการ อ่านราคาบอล นั้น ต้องพิจารณาแฮนดิแคป และ ราคาออดซ์ควบคู่ไปด้วย เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อจำนวนเงินที่เราจะได้รับ ว่าได้เต็มหรือไม่ มีการหักค่าน้ำจิ้มเท่าไหร่ รวมทั้งช่วยให้เราวิเคราะห์ทางเลือกได้ดีขึ้นว่าเราควรจะเล่นฝั่งไหน จึงจะมีโอกาสได้เงินมากกว่ากัน ทั้งนี้ เพื่อน ๆ สามารถนำหลักการเดียวกันนี้ไปใช้ในการเล่นพนันบอลรูปแบบอื่นได้ เมื่อเรามีหลักการในการคิด วิเคราะห์ แยกแยะที่ดีแล้ว ต่อไปก็ค่อย ๆ ฝึกฝน ขัดเกลาทักษะจนเกิดความชำนาญ เพื่อจะได้เก็บเล็กผสมน้อยจนมีกำไรเป็นกอบเป็นกำ และในโอกาสต่อไปเราจะมา สอนดูราคาบอล รูปแบบอื่นให้เพื่อน ๆ ได้ติดตามอีก

ทั้งหมดนี้คือการ สอนดูราคาบอล ว่ามีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง เราควรมีพื้นฐานอะไรบ้างที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำเงินจากการเล่นพนันบอลได้ แฮนดิแคป และ ราคาออดซ์ มีความหมายว่าอย่างไร ลักษณะสัญลักษณ์ที่ปรากฎเป็นแบบไหน มีผลอะไรกับการ อ่านราคาบอล บ้าง ราคาออดซ์ทั่วไปที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีอะไรบ้าง มีวิธีการคำนวณอย่างไร ซึ่งผู้เขียนได้ยกตัวอย่างโดยใช้ราคาบอลสูง / ต่ำ ซึ่งอธิบายผลลัพธ์ตัวเงินที่จะได้จากการเลือกเล่นทั้ง 2 รูปแบบ ว่าแต่ละแบบนั้นจะทำเงินแตกต่างกันยังไงบ้าง ซึ่งผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการเล่นพนันบอลแบบอื่น ๆ ได้ โดยอาศัยหลักการตามที่ได้ระบุไว้ในบทความนี้